วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ปีใหม่ มีใจก็มีเวลา

ปีใหม่ มีใจก็มีเวลา 
โดย ดร   


       คนสมัยนี้มักบ่นว่าไม่มีเวลา แต่ที่จริง คนสมัยไหนก็บ่นเหมือนกันว่าไม่มีเวลา แปลว่ามีเวลาเท่าไรไม่ได้อยู่ที่ยุ่งมากแค่ไหน มีอะไรทำมากมายแค่ไหน แต่อยู่ที่การจัดการเวลามากกว่ากระมัง

       ปี ใหม่นี้มีเวลา 365 วันเหมือนกับปีที่แล้ว วันหนึ่งก็มี 24 ชั่วโมงเท่ากัน แล้วทำไมบางคนจึงทำงานอย่างมีประสิทธิภาพประหนึ่งว่ามีเวลามากกว่าคนอื่น ทำไมบางคนจึงทำงานไม่เสร็จ แม้จะทำวันละมากกว่า 10 ชั่วโมง หอบไปทำที่บ้านจนดึกดื่นเที่ยงคืนก็ยังไม่เสร็จ
 
       บาง คนทำงานวันละ 8 ชั่วโมง แต่ก็ทำได้ดีไม่น้อยกว่าหรืออาจดีกว่าคนที่ทำวันละ 16 ชั่วโมง ประเด็นจึงไม่ใช่ปริมาณของเวลาที่ใช้ทำงานอย่างเดียว คงเป็นเรื่องของการจัดการเวลามากกว่า
 
       การ จัดการเวลา คือ การจัดการชีวิต ถ้าจัดการเป็น ชีวิตลงตัว สมดุล งานก็มีประสิทธิภาพ คนก็ไม่เครียด ไม่ป่วย อยู่ดีมีสุข ไม่ต้องทุกข์ทรมานอดตาหลับขับตานอน กินไม่เป็นเวลา นอนไม่เป็นเวลา แทนที่จะได้นอนวันละ 7-8 ชั่วโมงก็นอนเพียงไม่กี่ชั่วโมง
 
       จริง อยู่ ถ้านอนอย่างมีคุณภาพ หลับสนิทจริง นอนสัก 4-5 ชั่วโมงดีกว่านอน 7-8 ชั่วโมงแบบหลับไม่สนิท แต่ถ้าทำงานหนักทั้งวัน แล้วนอนเพียง 4-5 ชั่วโมง นอนกับความเครียด ความห่วงงาน แน่ใจได้อย่างไรว่าจะหลับลึกจริง ไม่ใช่หลับไปแล้วฝันร้าย
       หลาย คนงัวเงียตื่นขึ้นมาทำงาน สติสมาธิไม่ดี การทำงานมีปัญหา อาจเกิดอุบัตเหตุในที่ทำงาน ขับรถไปอาจหลับใน ทำงานผิดพลาด อย่างตอนน้ำท่วมที่ผู้ว่ากทม.ประกาศให้คนในเขตปทุมวันอพยพ ทำเอาโกลาหลไปทั้งเขต สองชั่วโมงให้หลังกลับมาประกาศขอโทษว่าบอกผิดไปเพราะมึน (นอนไม่พอ)
       ที่ ร้ายแรงกว่านี้ก็มี เช่น อุบัติเหตุบนท้องถนน ความผิดพลาดของบางอาชีพอย่างแพทย์ที่นอนไม่พอ ทำงานหนัก เครียดจนให้ยาผิด ผ่าตัดผิด และรักษาผิดพลาดจนคนไข้ตายก็มี
        หลายคนอ้างว่า ต้องทำงานแข่งกับเวลา ต้องฉวยโอกาส ต่อไปอาจไม่มีโอกาสแบบนี้อีก เลยทำงานวันละ 18 ชั่วโมง ได้นอนจริงๆ แค่ 3-4 ชั่วโมง และไม่ได้นอนตติดต่อกันทีเดียวก็มี นอนครั้งละ 1-2 ชั่วโมงแบบสะสม อย่างผู้ประกาศข่าวดังๆ ทางทีวีบางคน

       อาจ เป็นได้ที่บางกรณีอาจไม่มีโอกาสอีก แต่ร่างกายของคนเราก็มีขีดจำกัด ต้องการพักผ่อน ต้องการการกินพอดีอยู่พอดี มากไปน้อยไปก็มีปัญหา แน่ใจได้อย่างไรว่า ถ้ารีบเร่งทำทุกอย่างแบบฉวยโอกาสที่อาจไม่มีอีกในอนาคต แล้วจะมีอนาคตให้ได้ใช้ชีวิตอยู่อีกหรือ

       อาจเจ็บป่วยตายเสียก่อน เพราะหักโหมจนร่างกายรับไม่ได้ ประท้วงหรือขบถ ไม่ยอมไม่เอาด้วยอีกต่อไป ขอพัก ขอล้มหมอนนอนเสื่อนั่นเอง และโชคร้ายอาจจะได้นั่งได้นอนยาว ทำงานหนักได้เงินมากมาย จะ “ซื้อ” สุขภาพกลับคืนมาได้หรือ
 
       บาง คนรีบเร่งทำงานมาก ทำหลายอย่างเพื่อหาเงิน ไม่มีเวลาให้ครอบครัว ให้ลูกให้ภรรยา ให้สามี จนเกิดปัญหา อาจจะร้ายแรงจนยากจะเยียวยาแก้ไข คนที่เอาแต่ทำงานหาเงิน เลี้ยงลูกด้วยเงิน วันหนึ่งถ้าเกิดลูกติดยา จะเอาเงินที่หาได้ “ซื้อ” ลูกกลับคืนมาได้หรือ
 
        การ ที่หลายคนชอบบ่นว่าไม่มีเวลานั้น แท้ที่จริงอาจเป็นเพราะจัดการชีวิตไม่เป็น ไม่ลงตัวมากกว่า จัดลำดับความสำคัญไม่ถูก เรียงความสำคัญก่อนหลังไม่ได้แบบคนที่นับหนึ่งถึงสิบไม่เป็น  ถ้านับเป็นและเรียนรู้การจัดการตัวเลข ก็จะบวกลบคูณหารได้
 
        ชีวิตก็คงเป็นเช่นนั้น เราสามารถจัดลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆ ในชีวิตได้ ตามลำดับคุณค่าที่เราให้กับสิ่งนั้นๆ
 
       ทำไม เราจึงมีเวลาเสมอสำหรับคนที่เรารัก สิ่งที่เรารัก  ตอนรักกันใหม่ๆ โทรศัพท์ถึงกันวันละหลายสิบครั้ง ทำอย่างไรจึงจะมีเวลาสำหรับสิ่งที่สำคัญสำหรับชีวิตอื่นๆ เช่น ทำอย่างไรจึงจะนอนให้พอกับความต้องการของร่างกาย ถ้าเรารักตัวเองอย่างถูกต้อง รักสุขภาพ เราก็ยกเอาเรื่องการนอนให้พอมาไว้อันดับต้นๆ ไม่ใช่เอาไว้ทีหลังเรื่องอื่นๆ ทำงานดึกดื่นแล้วถึงไปนอนไม่กี่ชั่วโมง
 
       หลาย คนบอกว่าไม่มีเวลาออกกำลังกายเพราะงานมาก ถ้าหากเห็นความสำคัญของการออกกำลังกาย ก็จะหาเวลาได้เสมอ เพราะรู้ว่าจะทำให้สุขภาพดี และเมื่อแข็งแรงก็จะทำงานได้ดีขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอนหลับดี มีสมาธิในการทำงาน ทำงานเพียง 7-8 ชั่วโมงอาจจะดีกว่าคนที่ทำงาน 15 ชั่วโมง
 
       คน รักสุขภาพ เห็นความสำคัญของการออกกำลังกายอาจมีอาชีพที่ทำให้หาเวลาออกกำลังกายแบบคน ทั่วไปไม่ค่อยได้ เช่น ไม่มีเวลาหรือสถานที่ให้ไปเดินหรือไปวิ่ง ก็อาจจะต้องฝึกการออกกำลังกายในร่มเช่น การรำมวยจีน การทำโยคะ หรือสะสมการเดินแทนการใช้รถ ขึ้นบันใดแทนการใช้ลิฟท์ ไปสนามบินสุวรรณภูมิ ถ้ามีเวลายังเดินได้หลายกิโลเมตรก่อนขึ้นเครื่องเพราะมีทางเดินยาวเหยียด
 
        ถ้า จัดการเวลาเป็น มีเวลาเสมอสำหรับสิ่งที่เราเห็นว่ามีคุณค่าสำหรับชีวิต มีใจให้กับอะไร เราก็จะมีเวลาให้กับสิ่งนั้น ถ้าไม่มีใจให้เราก็จะทำแบบฝืนใจ ทำเพราะถูกบังคับ เครียด และเป็นทุกข์
 
       คง ต้องทำให้ได้อย่างที่ปราชญ์เขาบอกว่า คนเก่งไม่ใช่คนที่ได้ทำในสิ่งที่ตนเองชอบ แต่ชอบสิ่งที่ตนเองทำมากกว่า เพราะถ้าชอบ หรือมีใจ ก็จะมีเวลาให้สิ่งนั้นเสมอ
       ปี ใหม่นี้เป็นโอกาสดีให้ได้ตั้งหลัก ตั้งใจจัดการชีวิตให้ลงตัวมากกว่าปีที่แล้ว ไปสืบชะตาต่อชีวิตอย่างเดียวคงไม่พอ ต้อง “พึ่งตนเอง” ด้วยการจัดระเบียบชีวิตใหม่ให้ดี อยู่อย่างมีเป้าหมาย มีแบบมีแผน มีการจัดการที่ดี ที่ลงตัว ที่สมดุล
*******
รวมมิตรจาก  http://www.phongphit.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น